31 December 2014

OnePlus One Review





ตอนเดือนตุลาคม 2014  iPhone 6, iPhone 6 Plus ออกใหม่ ยังไม่มีโอกาสได้แตะตัวเครื่อง ก็ได้แค่อ่านบทความรีวิว สรรพคุณ เครื่องเร็ว เครื่องบาง จอสวย กล้องสวย เพิ่มฟีเจอร์โน่นนี่  แพทเทินเดิม ไม่น่าตื่นเต้น จนอ่านมาถึงส่วนของแบตเตอรี่ คงดีขึ้นนิดหน่อย iPhone แบตห่วย เป็นของคู่กันแต่ไหนแต่ไร เกือบจะปิดรีวิวทิ้ง แต่เหลือบตาไปเห็น ตัวเลขผลทดสอบเปิดจอหน้าจอติดต่อกัน อยู่ได้นาน 6 ชั่วโมง เอ๋ อ่านผิดบทความรึเปล่า เพื่อความมั่นใจเลื่อนหน้าจอขึ้นไปอ่านชื่อ เป็นบทความของ iPhone 6 Plus ประหลาดใจ นี่เรื่องจริงหนิ


จึงหาข้อมูล พบว่า Galaxy S5 ที่ออกเมื่อต้นปี 2014 ก็อยู่ได้นาน 7 ชั่วโมง Galaxy Note 4 ที่เพิ่งออกไม่นานซัดไป 8 ชั่วโมงกว่า มือถือปี 2014 แบตเตอรี่ถึก ชาร์จครั้งเดียวอยู่ได้ทั้งวัน เรียกได้ว่า Nokia 3310 กลับชาติมาเกิด 


 

เห็นหญ้าบ้านข้างเขียวมาก ก็อดใจไม่ได้ ต้องเปรียบเทียบมือถือตัวเอง เจ้า Nexus 4 ที่บากบั่นมากับเราตลอด 1 ปีครึ่ง จากที่เคยรัก ไม่เคยบ่นกับเรื่องชาร์จแบตฯ ทุกครึ่งวัน, หมั่นปิด Data หลังใช้งาน, ลดแสงจอเพื่อประหยัดแบต, ทะนุถนอมไม่ให้เครื่องร้อน ความรักผันเปลี่ยนเป็นความเกลียดชัง ปัญหาที่เล็กน้อยกลายเป็นภาระจุกจิก เกิดคำถามมากมาย ทำไมต้องประคบปะหงม ก็แค่มือถือ ต้องทำงานให้เรา ไม่ใช่ให้เราคอยดูแล และคงถึงเวลาที่ต้องจากกัน

มือถือใหม่ต้องเป็นมือถือที่อัพเดต firmware สม่ำเสมอ และแน่นอนว่าแบตเตอรี่ต้องอยู่ได้นาน คัดตัวเลือกได้ดังนี้
  1. Samsung Galaxy S5
  2. Nexus 6
  3. Apple iPhone 6 Plus
  4. LG G3
  5. Galaxy Note 4
  6. OnePlus One
  7. Xperia Z2
แง้มกระเป๋าตังดูงบ รับได้แค่ หมื่นต้นๆ ตัวเลือกหายเกลี้ยง เหลือแค่ OnePlue One

OnePlus One เป็นแบรนด์ใหม่ แบรด์จีน เป็นบริษัทน้อง Oppo มือถือตัวนี้จัดสเปคให้เต็ม ราคาไม่แพง รุ่น16GB อยู่ที่ 12,000 บาท ส่วนรุ่น 64GB มีราคาที่ 14,000 บาท (ร้าน Aobmobile) Review ทั่วสารทิศอวย บูชาราวกับรับเงินจ้างรีวิว เครื่องเร็วมาก software ใช้ CyanogenMod ผู้ปรุงรอมอันดับหนึ่งของโลก ซึ่งได้ชื่อเรื่องความสเถียร ใส่ฟีเจอร์เท่าที่จำเป็น จอใหญ่ (5.5" เท่า iPhone 6 Plus) RAM 3GB แบตอยู่ได้นาน 8 ชั่วโมง แซ่ซ้องถึงความเยี่ยมยอดเป็นเสียงเดียวกัน แต่ก็ใช่ว่าไร้ที่ติ ถ่ายรูปภาพก็ยังไม่เพอเฟค iPhone จ๋า จอใหญ่เกินไป ถือลำบาก และหาซื้อได้ยาก

ฟีเจอร์ตัวเครื่อง อัดแน่น สุดยอดมากสำหรับราคาเท่านี้ แต่เพราะมันเป็นแบรนด์ "จีน" ทำให้ตะขิดตะขวงใจ ไม่ไว้ใจ ไม่สามารถสลัดภาพลักษณ์แย่ๆ ที่สั่งสมมายาวนาน ไม่ว่าจากการใช้งานเองเอย หรือคำบ่นจากผูัใช้งานรอบตัว และตามมาด้วยคำถามมากมาย จะระเบิดมั้ย QC ห่วยมั้ย  เครื่องประกอบไม่ดีมั้ย ถือแล้วจะมีใครรู้จักมั้ย

กังวลจึงมองแต่ข้อเสียขจัดความอยากได้ไปเลย จากนั้นเล่น Facebook แก้เครียด หยิบมือถือ Nexus 4 ขึ้นมา แม่งรีสตาร์สใส่ เอาวะ ลองดูซักตั้ง เย็นนั้นวิ่งไปมาบุญครอง จัดรุ่น 64GB สีดำ

แกะกล่อง
เปิดเครื่องออกมาเช็ค พี่คนขายบอกว่าถ้ามีปัญหาอะไร เปลี่ยนได้เลยนะครับ อุ่นใจจริงๆ เช็คโทรเข้าโทรออก เช็คโน่น เช็คนี่ เช็คจอ สวยงามจริง แต่เจอจุดดำบนจอ dead pixel คิดในใจแค่โชคไม่ดีนิดหน่อยเอง โดนเครื่องตก QC อย่างน้อยตรวจเจอตรงนี้ พี่คนขายก็หยิบเครื่องใหม่มาให้พร้อมบอกว่า เปิดอีกเครื่องเดียวนะครับ ถ้ามีปัญหา ต้องเลือกเอาระหว่าง 2 เครื่อง หืม ไม่เคยซื้อมือถือแล้วเจอข้อจำกัดนี้ ใจเริ่มไม่ดีว่าจะมีอะไรรึเปล่า แต่ก็คิดบวก แค่ของตก QC มันไม่น่า 2 เครื่องติด เปิดออกมา เช็ค dead pixel เจอ 1 จุด จ้า คิดหนักเลย ก่นด่าในใจ แม่งเอ้ย มือถือจีนก็งี้ จอห่วยทุกเครื่อง คิดจะไม่เอาแล้ว แต่ด้วยอารมณ์อยากเปลี่ยน คิดแง่บวกหลอกตัวเอง จุดมันเล็กมาก และอย่างอื่นดี ก็เอาวะ เอาเครื่องหลัง เครื่องนี้มี dead pixel ตกอยู่มุมซ้ายล่างพอดี (ณ ตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่า dead pixel มีทุกเครื่อง หรือว่าดวงซวย 2 เครื่องซ้อน แต่เท่าที่ใช้งาน ก็ไม่มาสังเกต ไม่เป็นปัญหา)

OnePlus One ในไทย  หิ้วจากประเทศจีน ต่างกับรุ่น Global ตรงไม่มีป้ายแปะคำว่า Cyanogen ข้างหลัง และ Software เป็น ColorOS ไม่ใช่ Cyanogen ทางร้านเสนอลง Cyanogen ให้ ใช้เวลา 2 ชั่วโมง

ของที่อยู่ในกล่อง ก็มีสาย microUSB และเต้าเสียบ ทำได้สวยงาม น่าใช้มาก ตัวสายเป็นสายแบนสีแดงหัวขาว ส่วนโลหะตรงหัวเป็นสีทอง เต้าชาร์จก็เป็นทรงกล่องสีขาว นอกจากนี้ก็มีตัวจิ้มเอาซิมออกมา มีแพคเกจให้ห้อย (นี่พี่แกคิดว่าต้องถอดซิมเข้าออกบ่อยๆเหรอไง) และอีกชิ้นนึงเป็นถาดใส่ nanoSIM (ไม่ได้อยู่ในรูป) OnePlus One รองรับทั้ง microSIM และ nanoSIM เลือกใช้ได้ตามใจชอบ



อีกอย่างที่แถมมาเป็นถุงขนาดย่อม แว๊บแรกที่เห็นคิดว่าเป็นซองกันชื้น แต่กันชื้ออะไรแถมมาในกล่องมือถือ สังเกตใหม่ เป็นซองชาจ้า


ใช้งานครั้งแรก
เสียบที่ชาร์จแบตเข้ามือถือ เสียบไม่เข้า ก่นด่า แม่งเอ้ย มือถือจีนตก QC นี่วางรูเสียบเอียงใช้ไหมเนี่ย ตั้งสติแป๊บนึง สังเกตดีๆ ลองพลิก หัวอีกด้านนึงขึ้น เสียบได้พอดี OnePlus One โดนด่าฟรี

จอใหญ่โคตร อะไรบนจอก็ดูบวมไปหมด ไอค่อน ตัวหนังสือ ใช้มือเดียวไม่สะดวก เอื้อมไปลาก Notification Bar ต้องใช้ 2 มือ แต่พิมพ์สะดวกมาก ปุ่มใหญ่ ตัวหนังสือใหญ่ อ่านง่าย

ขึ้นเตียงนอน ปิดไฟนอนเล่นมือถือ รู้สึกแปลกใจความสว่างมืดทึมแปลกๆ จึงนำเอา Nexus 4 มาเทียบ ปรับแสงจอให้ต่ำที่สุด  Nexus 4 สว่างแสบตา ส่วน OnePlus One แสงนวลตากว่า
เว็บ phonearena มี benchmark เปรียบเทียบแสงต่ำสุด เรียกว่า minimum brightness มีหน่วยเป็น nits โดย OnePlus One มีค่าอยู่ที่ 5 ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ในขณะที่ Nexus 4 มีค่า minimum brightness ที่ 14 ซึ่งถือว่าแย่ ส่วนยี่ห้ออื่น Galaxy Note 4 ทำได้ดีมากมีค่า nit เพียง 1 เท่านั้น

  นี่เป็นพัฒนาการอีกมุมนึง นอกเหนือจากแบตเตอรี่

ตื่นเช้ามาแบตฯ เหลือ 80% จากการเล่นเมื่อคืนก่อน วันนี้ตั้งใจจะสังเกตว่าแบต 80% อยู่ได้ทั้งวันหรือไม่ เล่น Facebook ผ่าน 3G อ่านบทความใน Pocket โทรคุยเล็กน้อย ผ่านไปครึ่งวัน ติดนิสัยตอนใช้เครื่องเก่า รีบหาสายชาร์จเสียบ แต่หันมาเช็คแบตฯ เหลือตั้ง 50% จากเดิมที่ต้องวูบเหลือซัก 20% แล้ว จึงตัดสินใจ ไม่ชาร์จ และใช้งานไปเรื่อย ใช้งานแบบเดิม เล่นเน็ต คุยโทรศัพท์บ้าง ตอนเย็น 2 ทุ่มกลับถึงบ้านแบตฯ ยังเหลืออยู่ 20% ถึงตอนนี้น่าจะสรุปได้แล้ว แบตเตอรี่ถึก อยู่ได้นานจริง แต่ความรู้สึกมันยังไม่ใช่ ยังไม่อยากปักใจเชื่อง่ายๆ ทางกายภาพแล้ว มือถือจอใหญ่ ใช้ไฟเลี้ยงจอเยอะ กินแบตเตอรี่หนัก จะอยู่ได้เต็มวันได้อย่างไร จนถึงตอนนี้ใช้ OnePlus One ร่วม 2 เดือน ต้องยอมรับแล้ว มันอยู่ได้ทั้งวันจริงๆ เปลี่ยนนิสัยการใช้มือถือไปอย่างสิ้นเชิง ไม่จำเป็นต้องหาที่ชาร์จหรือ power bank ระหว่างวัน เปิด GPS ไว้ตลอด เล่นเกมติดต่อกันเป็นชั่วโมง ฟังเพลง ดู YouTube แบบไม่ต้องพะวง ใช้มือถือได้เหมือนเป็นเจ้านายมันจริงๆ

เรื่องกล้อง ผมไม่ค่อยได้ใช้ แต่เท่าที่ถ่ายมา รู้สึกได้ว่าภาพชัดกว่า Nexus 4 เครื่องเก่า

ลูกเล่นที่ชอบ
  • เคาะจอ 2 ครั้งเพื่อเปิด และเคาะจอ 2 ครั้งตรงแถบ status bar เพื่อล็อคเครื่อง
  • Gesture วาดเป็นตัว V ตอนจอดับ เพื่อเปิดไฟฉายได้
  • ป้องกันจอเปิดขึ้นเอง เมื่ออยู่ในกระเป๋าได้ (Prevent-to-accidental wake up)

มีเครื่องแฮงค์บ้าง มีเอ๋อบ้าง แต่ถือว่าเกิดไม่บ่อยเท่า Nexus 4 ด้วยซ้ำ

แฟลชไฟฉายไม่สว่างเท่า Nexus 4

 ผ่านไป 2 เดือน

  • แบตเตอรี่ก็ยังคง Top form แต่ไม่ได้ประทับใจ เพราะเริ่มชินแล้ว 
  • ปิดฟีเจอร์ Gesture ตัว V เพราะไฟฉายเปิดตัวเอง บ่อยมากขาเสียดสีจอ
  • ขนาดตัวเครื่องไม่ใหญ่เทอะทะ แถมกลายเป็นจับเหมาะมือพอดีเสียอีก
  • ไม่เสียใจที่ซื้อมา

No comments:

Post a Comment