Showing posts with label software. Show all posts
Showing posts with label software. Show all posts

06 October 2009

OverDisk แสดงเนื้อที่ฮาร์ดดิสก์เป็นกราฟ

ภาพหนึ่งภาพแทนล้านคำพูด คงแปลว่า ถ้าแปลงคำพูดเป็นภาพได้ เราก็สามารถเข้าใจสิ่งที่พูดได้ดีและเร็วกว่า วันนี้เราสามารถแปลงการใช้พื้นที่ฮาร์ดดิสก์เป็นรูปภาพได้แล้ว !! โดยใช้โปรแกรม OverDisk

OverDisk คือโปรแกรมที่ช่วยแสดงเนื้อที่ฮาร์ดดิสก์ที่ใช้เป็นแผงผังวงกลม เราสามารถเอาเมาส์ไปร่อนบนส่วนต่าง ๆ บนแผนภาพเพื่อดูว่าไฟล์หรือโฟลเดอร์นั้นคือไฟล์อะไร เราสามารถคลิกเพื่อเข้าโฟลเดอร์นั้นได้หรือคลิกขวาเพื่อเปิด file explorer ของ windows มาได้ด้วย
ดาวน์โหลดได้ที่นี่ (Download)

ที่มา - Lifehacker

31 May 2009

อับเดต Windows กับ Autopatcher

ซอร์ฟแวร์หลาย ๆ ตัวหลังจากเปิดตัวครั้งแรก ย่อมมักมี patch มาแก้ปัญหาข้อบกพร่องซอร์ฟแวร์ หรือช่วยเพิ่มสมรรถภาพให้ซอร์ฟแวร์อยู่เรื่อยไป ถ้าเป็นซอร์ฟแวร์ขนาดเล็ก เราก็สามารถลบตัวเก่าและติดตั้งเวอร์ชั่นล่าสุดลงไปได้ แต่ซอร์ฟแวร์ขนาดใหญ่และซับซ้อนอย่าง windows การลบทิ้งและลงใหม่จะทำให้เสียเวลามาก เพราะเราต้องมา สำรองไฟล์ข้อมูลเราซึ่งเยอะมาก windows ก็มีทางออกให้เราโดยผ่านทาง
  • เว็บไซต์สำหรับ update http://update.microsoft.com/

  • ผ่านทางตัว Automatic updates ที่อยู่ในตัวเครื่อง

แต่ 2 วิธีดังกล่าว ก็มีปัญหาสำหรับผม (และสำหรับใครหลาย ๆ คน) คือ ดาวน์โหลดไม่สำเร็จสักที โดยไม่แน่ใจว่าอินเตอร์เน็ตไม่ดีหรือว่าอย่างไร

ทางออกที่ผมจะมาแนะนำวันนี้คือ !!! Autopatcher

วิธีการเบื้องต้นมีดังนี้ (ยกตัวอย่างจาก windows xp นะครับ)
*หมายเหตุ* ผู้ที่ขี้เกียจอ่านยืดยาวให้ กดปุ่มตามรูปได้เลยครับ : )

1. เข้าไปดาวน์โหลดโปรแกรมมา http://www.autopatcher.com/downloads/

2. ไฟล์ที่ดาวน์โหลดมาเป็นไฟล์ .zip เมื่อแตกไฟล์ออกมาจะได้ตามรูป ให้เราดับเบิ้ลคลิ๊กที่ apup.exe ดังรูป

3. เมื่อเปิดโปรแกรมขึ้นมา หน้านี้จะให้เราเลือกเวอร์ชั่นของ Windows และของโปรแกรม Autopatcher ซึ่งโปรแกรมก็จัดการให้เราเสร็จสรรพ ถ้าเราไม่มีอะไรเพิ่มเติมกด Next ต่อไปได้เลย

4. โปรแกรมก็จะทำการโหลด patch "ทั้งหมด" ของ Windows xp ให้เรา
5. หลังจากโหลดเสร็จ ให้เราดูที่ โฟลเดอร์ apup (ที่เราแตกไว้ตอนแรก) จะมีไฟล์ชื่อ autopatcher ขึ้นมาให้เราเปิดไฟล์นี้ขึ้นมา หลังจากนั้นโปรแกรมก็จะทำการเปรียบเทียบว่า patch ไหนถูกลงไปแล้ว patch ไหนยังไม่ได้ลง
6. เมื่อเปรียบเทียบเสร็จ เราก็จะได้หน้าต่างนี้ขึ้นมา เมื่อเรากดตัว + ที่ซ้ายมือเราก็จะเห็นว่า patch ที่ติดตั้งไปแล้ว ตัวหนังสือจะเป็นสีฟ้า patch ที่ยังไม่ได้ติดตั้งจะเป็นสีดำ โดยตัวที่เป็นสีดำและจำเป็นต่อเครื่องเราจะมีติ๊กถูกข้างหน้า (ติ๊กถูกหมายถึงจะติดตั้งตัวนี้) เมื่อเลือกเสร็จให้กด Next ต่อไปเรื่อย ๆ โปรแกรมก็จะทำการติดตั้ง patch ที่เครื่องเราขาดไปทั้งหมด
ที่มา - makeUseOf

12 May 2009

ถอดวีดีโอให้อยู่เหนือหน้าต่างอื่นตลอด

อยากดูวีดีโอจาก youtube (หรือวีดีโอจากเว็บอื่น ๆ) และเปิดเว็บอื่นด้วยพร้อมกัน วิธีแก้ปัญหาโดยทั่วไป คือ
  • ดูอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น (เล่นเว็บ อย่างเดียวหรือ ดูวีดีโออย่างเดียว)
  • ย่อหน้าต่างใดหน้าต่างนึงให้เล็ก และใช้โปรแกรม PowerMenu สั่งให้หน้าต่างนั้น always on top
  • วิธีอื่นอีกมากมาย
วันนี้ DetachVideo มาแก้ปัญหาดังกล่าวแล้วครับ


วิธีใช้:
1. เปิดโปรแกรม DetachVideo
2. เอาเมา้ส์วางบนวีดีโอ
3. กด F12

ดาวน์โหลดที่นี่

อ้างอิง Lifehacker

25 March 2009

PowerMenu และ Everything

วันนี้มาเสนอ 2 โปรแกรมเล็ก ๆ ที่มีประโยชน์ครับ

PowerMenu โปรแกรมนี้ จะกำหนดหน้าต่างนึงอยู่บนสุดตลอด เมื่อเปิดหน้าต่างอื่น ๆ ขึ้นมา หน้าต่างที่ถูกกำหนดให้อยู่บนก็จะไม่ถูกหน้าต่างใหม่ทับ ตัวอย่างเช่น ดูหนังพร้อมเล่นเน็ตไปด้วย เราก็ใช้โปรแกรมนี้กำหนดให้หน้าต่างที่เล่นหนังอยู่เป็น always on top โดยการคลิกขวาที่แถบหน้าต่างหนังบน taskbar เลือก always on top จากนั้นเราก็เปิด browser เพื่อเล่นเน็ต หน้าต่างที่เล่นหนังก็ยังคงเล่นต่อไป ในขณะที่เราเล่นเน็ตผ่าน browser

PowerMenu (ดาวน์โหลดที่นี่)

Everything โปรแกรมสำหรับ Search ไฟล์ในเครื่อง ซึ่งทำได้เร็วมากมากมากมากมากมาก (เร็วกว่า Search ที่มากับเครื่องจริง ๆ นะครับ)

Everything (ดาวน์โหลดที่นี่)

11 March 2009

LightScreen ทำให้การจับภาพหน้าจอสะดวกขึ้น

เราต้องการจะอธิบายให้เพื่อนเข้าใจเรื่องบางเรื่องโดยการจับภาพหน้าจอให้เพื่อนดู เราก็จะผ่านขั้นตอนประมาณนี้เพื่อจับภาพหน้าจอให้เพื่อนดู
  1. กด PrintScreen บน Keyboard
  2. เข้า Start Menu>All Programs>Accessories>Paint
  3. กด Edit>Paste
  4. อาจจะต้อง Crop ไฟล์ให้ยุ่งยากอีก ถ้าต้องการแต่พื้นที่ส่วน ๆ นึง
  5. กด Save วางไว้ที่ ๆ ต้องการ
  6. เค้าไปที่ที่ Save ไฟล์เพื่อเอามาส่งให้เพื่อน
มันจะดีกว่ามั้ย ถ้าขั้นตอนมันน้อยลง เหลือแค่
  1. กด PrintScreen บน Keyboard
  2. เข้าไปทีที่ไฟล์ภาพอยู่ เอาไปส่งให้เพื่อน
อยากเหลือขั้นตอนที่น้อยลง ต้องทำยังไงบ้าง

1. ไปโหลด โปรแกรม LightScreen มา (กดโหลดที่นี่)
โปรแกรม LightScreen คือ โปรแกรมที่ทำให้จับภาพหน้าจอง่ายขึ้น


2. Install ลงเครื่อง แล้วเปิดโปรแกรมขึ้นมาจะพบกับหน้าต่างนี้

3. ให้เรากด Options เพื่อตั้งค่า
ในแถบ General ก็จะมี
Directory คือที่เก็บไฟล์หลังจากกด PrintScreen (ในที่นี้ผมตั้งกดเซฟแล้วอยู่ที่ Desktop ครับ)
Filename คือ Save ภาพเป็นชื่ออะไรต่อด้วยอะไร
Format คือ ประเภทของไฟล์ภาพครับ ประกอบไปด้วย PNG,JPG, BMP สามอันนี้ต่างกันที่ขนาด
PNG เหมาะสำหรับภาพที่สีน้อย เพราะจะทำให้ไฟล์ขนาดเล็ก
JPG เหมาะสำหรับภาพที่สีเยอะ ๆ เพราะขนาดจะเล็กกว่า
BMP ไม่แนะนำเพราะมันใหญ่


แถบต่อมา Hotkeys

Capture the screen คือ เซฟทั้งหน้าจอเลย
Capture a window คือ เซฟหน้าต่างที่เราเลือกอยู่
Capture a screen area คือ เซฟเฉพาะส่วนที่เราต้องการ (เมื่อกดแล้ว โปรแกรมจะขึ้นหน้าจอให้เรา Crop เฉพาะส่วนที่เราต้องการครับ ไม่ต้องเสียเวลาไป Crop เอง)

เราสามารถเปลี่ยนปุ่มให้เป็นตามเราต้องการได้ด้วย

โดยการเอา ลูกศรเราไปคลิกตรง ปุ่มที่เราต้องการ ปุ่มก็จะกลายร่างเป็น Type your hotkey จากนั้นเราก็กดปุ่มที่เราต้องการตามสะดวกได้เลยครับ
นี่คือ ค่าที่ผมใช้ประจำครับ

28 February 2009

ดึงไฟล์เสียงหรือวีดีโอ จาก Cache

บ่อยครั้งที่เราอยากดึงวีดีโอจาก YouTube หรืออยากดึงไฟล์เสียงจากเว็บฟังเพลงอื่น ๆ ในกรณี YouTube เราสามารถดึงได้หลายช่องทาง เช่น
  • ผ่านเว็บ keepvid.com โดยการนำ URL ไฟล์ YouTube ที่ต้องการใส่ในกล่องสำหรับดูดไฟล์
  • ผ่าน MediaConverter โดยการนำ URL ไฟล์ YouTube ไปใส่ในช่องที่เค้ากำหนด โดย MediaConverter นี่จะช่วงแปลงไฟล์ให้เราด้วย เช่น แปลงเป็นไฟล์ สำหรับ iPod
  • ผ่าน kickYouTube โดยการพิมพ์คำว่า kick ข้างหน้า YouTube ใน URL ที่เราต้องการโหลดไฟล์ จากนั้นกดประเภทไฟล์(มีบริการแปลงไฟล์ในตัว) แล้วกด Download เช่น http://www.youtube.com/watch?v=94pKy0y0kiY เพิ่ม kick โดย http://www.kickyoutube.com/watch?v=94pKy0y0kiY
  • และอื่น ๆ
เพราะความนิยมของ YouTube เลยทำให้เว็บดึงไฟล์รองรับ แต่สำหรับเว็บเพลง วีดีโอที่ไม่ได้รับความนิยมเท่า YouTube เว็บดึงไฟล์ส่วนใหญ่ก็ไม่รองรับ และเว็บดึงไฟล์บางเว็บที่รองรับก็บังคับให้เราจ่ายตังเพื่อใช้ฟังชั่นดึงไฟล์ ซึ่งขัดกับความต้องการของเรา ๆ ท่าน ๆ ที่ ไม่ต้องการเสียตังกับอะไรแบบนี้

ทางออกนั้นคือใช้โปรแกรม VideoCacheView !!

โปรแกรมนี้ใช้ในการดึงไฟล์ วีดีโอ หรือ ไฟล์ Multimedia ทุกชนิดจาก Cache ในเครื่อง บางท่านสงสัย อ้าว! ดึงจากในเครื่องแล้ว มันดีกว่าดึงจากในเว็บยังไง โดยปกติเวลาเราเปิดเว็บเพื่อดูวีดีโอ เช่น เปิด YouTube เครื่องเราต้องทำการดาวน์โหลดไฟล์วีดีโอดังกล่าวมาไว้ในเครื่องก่อน แล้วเราถึงดูได้ การดาวน์โหลดมาอยู่ในเครื่องก่อนดู เรียกว่า"การ Cache" ไฟล์วีดีโอดังกล่าวเรียกว่า Cache

บางท่านสงสัยอีกว่า อ้าว! อย่างนี้ทำไมเราต้องใช้โปรแกรมล่ะ ในเมื่อไฟล์อยู่ในเครื่องเรา เราก็สามารถเข้าไปดึงออกมาใช้เองได้ เราทำแบบนั้นได้ก็จริง แต่เราใช้โปรแกรมช่วยเพราะ ไฟล์ที่ Cache อยู่ในเครื่องมันตั้งอยู่ในที่ที่ซับซ้อนมาก กว่าเราจะหาเจอก็เบื่อซะก่อน

มาเริ่มใช้โปรแกรมกันเลยครับ

1. ดาวน์โหลดโปรแกรมมา (แนะนำแบบ zip ไฟล์เพราะลงง่าย ลบง่ายดี)


2. เปิดโปรแกรมขึ้นมาโปรแกรมจะ Refresh ซักพักนึง ถ้ามันไม่ Refresh เราก็กด F5 เพื่อ Refresh ได้
ลองเล่นไฟล์โดยการกดปุ่ม Play
3. เมื่อได้ไฟล์ที่ต้องการแล้ว เราก็กด Copy ไปไว้ที่ ๆ เราต้องการ (หรือกด F7)
5. เสร็จเรียบร้อย



ที่มา LifeHacker

13 October 2008

JKDefrag จัดเรียง Harddisk ให้แข็งแรง

JKDefrag คือโปรแกรม Defragment และ Optimizer ให้กับดิสก์ประเภทต่าง ๆ ไม่่ว่าจะเป็น HardDisk, USB Drive, Floppy disk และอะไรก็ตามที่ Windows มองเห็นว่าเป็นดิสก์
JKDefrag ใ้ช้ง่ายมากและที่สำคัญ "ฟรี"
ดีกว่าโปรแกรมที่แถมมากับ Windows มั้ย "แน่นอน ดีกว่า"


อะไร คือ Defragment ?



Fragment = การแยกเป็นชิ้น

Defragment = ไม่แยกเป็นชิ้น

Defragment คือ การทำให้ข้อมูลที่อยู่ใน Harddisk เราไม่กระจายแล้วสามารถเรียกใช้ได้ง่าย ยกตัวอย่าง เช่น สมมติว่าหนังสือชุดนึงเราต้องอ่านทีละ 5 เล่มพร้อมกัน เราซื้อหนังสือชุด 5 เล่มมา แล้วเอาเข้าตู้ ปรากฏว่าตู้นั้นใส่หนังสือได้แค่ 3 เล่ม อีก 2 เล่มก็ต้องเอาไปไว้อีกตู้นึง เวลาเราจะอ่านเราต้องเปิด 2 ตู้ แล้วเอามารวมกันถึงจะอ่านได้ การ defragment ก็คือ จับ 5 เล่มนี้มาไว้ใกล้ ๆ กัน เราก็หยิบมาอ่านได้เร็วยิ่งขึ้น

ถึงแม้ว่าใน Windows เราจะเห็นว่ามันเป็นไฟล์เดียว ไม่เห็นแยกกันตรงไหนเลย แต่ในการทำงานในระดับลึก ๆ มันแยกเป็นเสี่ยงได้ หรือจะเรียกที่เป็นเสี่ยง ๆ ว่า ระดับ Physical Order(ตามกายภาพ) ส่วนระดับที่เราเห็น(ใน Windows) จะเรียกว่า Logical Order (ตามตรรกกะเหตุผล)

ส่วน Optimizer คือ จัดเรียงไฟล์ให้ได้เหมาสมกับเรามากที่สุด เช่นถ้าเราอ่านหนังสือคณิตฯ บ่อย หนังสือคณิตฯ ก็จะถูกนำมาไว้ข้างหน้าเพื่อให้ใช้ได้สะดวก

Download JKDefrag ได้ที่นี่

เมื่อแตกไฟล์ที่ดาวน์โหลดออกมา

จะมีไฟล์ดังนี้
1. JKDefrag.exe

ปกติเราจะใช้ไฟล์นี้ในการ Defragment แค่ดับเบิ้ลคลิกก็ใช้ได้แล้ว

2. JKDefragCmd.exe

ไฟล์นี้ไม่ค่อยใช้ ไฟล์นี้ถูกออกแบบมาให้ run เป็น background program

3+4. JkDefragScreenSaver.scr + JkDefragScreenSaver.exe

ไฟล์นี้ในกรณีเราต้องการให้มัน run เป็น ScreenSaver

วิธีใช้เบื้องต้น

ปกติแค่ดับเบิ้ลคลิกที่โปรแกรม โปรแกรมก็ทำงานให้อัตโนมัติ เรามีหน้าที่รออย่างเดียว

ถ้าอยากรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ เช่น defragment flash drive อย่างไร ลองอ่านข้างล่างนี้ดูครับ

ความหมายของสีต่าง ๆ

สีดำ: พื้นที่ว่าง
เขียว: ไฟล์ทั่วไปที่ไม่เป็นเสี่ยง(Regular files, unfragmented)
เขียวเข้ม: ไฟล์ขนาดใหญ่ที่ไม่เป็นเสี่ยง(SpaceHogs, unfragmented)
สีเหลือง: เป็นเสี่ยง
สีแดง: ไฟล์ที่เคลื่อนไม่ได้
ขาว: กำลังทำงาน
ชมพู: MFT reserved zone (NTFS only)
เทา: ใ้ช้โดยข้อมูลที่ไม่รู้จัก (in use by unknown data)

JKDefrag จะแบ่งการทำงานเป็น 3 Phases

Phase แรก: Analyze

โปรแกรมจะวิเคราะห์ว่า ลักษณะไฟล์ในเครื่องเราเป็นไงบ้าง แล้วก็จะโชว์ให้เห็นเป็นภาพ
Phase สอง: Defragment
โปรแกรมจะทำให้ไฟล์ที่กระจายมารวมเป็นไม่กระจาย

Phase สาม: Optimize

ช่วงนี้โปรแกรมจะจัดการไฟล์ให้เราได้ประโยชน์จากดิสก์มากที่สุด
  • จะดึงไฟล์ข้อมูลมาไว้ส่วนต้น ๆ ของ Harddisk เพราะ ไฟล์ที่อยู่ต้นจะสามารถอ่านได้เร็วกว่าถึง 200%
  • จะแบ่งข้อมูลออกเป็น 3 โซน: directories (โซน 1), regular files (โซน 2), and SpaceHogs (โซน 3) directories จะบอกว่าไฟล์ต่างอยู่ตรงไหนของ HDD ไว้โซน 1 เพราะต้องใช้งานบ่อย Regular files คือข้อมูลขนาดทั่ว ๆ ไป SpaceHogs คือข้อมูลขนาดใหญ่
  • จะแบ่งช่องว่างระหว่างโซนไว้เพื่อง่ายแก่กางสร้างข้อมูลชั่วคราว เช่น เข้า Internet ก็ต้องมีการ Download ไฟล์มาลงเครื่อง
ชุดคำสั่งเบื้องต้นต่าง ๆ

-a N

The action to perform. N is a number from 1 to 11, default is 3:
1 = Analyze, do not defragment and do not optimize.
2 = Defragment only, do not optimize.
3 = Defragment and fast optimize [recommended].
5 = Force together.
6 = Move to end of disk.
7 = Optimize by sorting all files by name (folder + filename).
8 = Optimize by sorting all files by size (smallest first).
9 = Optimize by sorting all files by last access (newest first).
10 = Optimize by sorting all files by last change (oldest first).
11 = Optimize by sorting all files by creation time (oldest first).

แปลไทย:

- a ตามด้วยตัวเลขต่าง ๆ เพื่อทำงานนั้น ๆ (ค่าปกติคือ a 3)
1= Analyze อย่างเดียว ไม่ defragment ไม่ Optimize
2= Defragment อย่างเดียว ไม่ Optimize
3= Defragment และ Optimize
5= บังคับให้ไฟล์อยู่ติดกันหมดเลย
6= ย้ายไฟล์ไปอยู่ข้างหลังสุด(ใช้กับไฟล์ที่ไม่ค่อยได้ใช้)
7= Optimize โดยจัดไฟล์ทั้งหมดตามชื่อ
8= Optimize โดยจัดไฟล์ทั้งหมดตามขนาด(น้ิอยสุดก่อน)
9= Optimize โดยจัดไฟล์ทั้งหมดตามการเข้าล่าสุด(เข้าล่าสุดมาก่อน)
10= Optimize โดยจัดไฟล์ที่เปลี่ยนแปลงหลังสุด (หลังสุดก่อน)
11= Optimize โดยจัดไฟล์ตามเวลาีทีสร้างไฟล์ (เก่าสุดก่อน)

ถ้าจะ Defrag เฉพาะ drive ก็ใส่ drive เข้าไปด้วย เช่น เฉพาะ drive C ก็ C:

ค่าที่แนะนำคือ ครั้งแรกให้ใช้ -a 7 ก่อน แล้วครั้งต่อ ๆ ไปก็ -a 3 (ค่า Default ของโปรแกรม ไม่ต้องใส่คำสั่งก็ได้)

วิธีพิมพ์คำสั่งลงไปมีดังนี้

1. คลิกขวาที่ JKDefrag.exe เลือก Create Shortcut
2. ไปที่ Shortcut แล้วที่พิมพ์คำสั่งที่ช่องหลัง Target
อย่างตัวอย่างก็คือ -a 2 I: หมายความว่า Defragment drive I: อย่างเดียว (ซึ่งเป็น Drive ของ Flash drive ผม)

ลองไปอ่านเต็ม ๆ เป็นภาษาอังกฤษได้ที่ http://www.kessels.com/Jkdefrag/

โปรแกรมนี้สามารถปิดไปก่อน แล้วมาเปิดใหม่เพื่อทำงานต่อได้ภายหลังครับ ไม่มีผลเสียต่อเครื่อง

ไม่เข้าใจตรงไหนถามได้ครับ

ขอบคุณครับ